พระโบราณคณิสสร (ใหญ่) ติณณสุวัณโณ อายุ ๗๒ ปี (พ.ศ.๒๔๓๒-พ.ศ.๒๕๒๕)

ประวัติ
พระโบราณคณิสสร (ใหญ่) ติณณสุวัณโณ (คชพิมพ์) นามบิดา กำนันแพ นามมารดา นางเชย  คชพิมพ์ เกิดเมื่อวันพุธ แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๔ ปีฉลู ตรงกับวันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๓๒ ณ บ้านข้าวเม่า เลขที่ ๒๙ หมู่ที่ ๖ ตำบลข้าวเม่า อำเภออุทัย พระนครศรีอยุธยา 

บรรพชา/อุปสมบท     
เมื่ออายุ ๑๕ ปี บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดขุนทิพย์ อำเภออุทัย พระนครศรีอยุธยา และเมื่อ อายุครบ ๒๑ ปี ได้อุปสมบท ณ วัดขุนทิพย์ อำเภออุทัย พระนครศรีอยุธยา ตรงกับวันที่ ๒๗ เมษายน เวลา ๐๗.๕๐ น. หลวงพ่อกลั่นเป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์แด่ วัดสะแก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์พัน วัดขุนทิพย์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์   

การศึกษา     
เมื่ออายุ ๑๐ ปี โยมบิดานำไปฝากให้เรียนหนังสือไทยและขอม สำนักท่านอาจารย์หมอก วัดสะแก เรียนมูลกัจจายนะในสำนักอาจารย์เย็น วัดขุนทิพย์ อาจารย์จัน วัดทอง คลองบางจาก อาจารย์คง วัดพลับ (ราชสิทธาราม) เรียนธรรมบทกับอาจารย์พระมหาปี วัดพระเชตุพน มูลกัจจายนะ กับพระอาจารย์จุ้ย วัดอนงคาราม พอแปลหนังสือบาลีได้แล้ว กลับมาสอนหนังสืออยู่วัดขุนทิพย์ ประมาณ ๑ ปีเศษ แล้วย้ายมาอยู่วัดสะแก เพื่อสอนหนังสือเด็กและสามเณรของพระอาจารย์แด่ วัดสะแก ตรงกับวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๔๕๕ 

ความรู้พิเศษ
ท่านสนใจในวิชาช่างไม้ วิชาแพทย์แผนโบราณ ท่านค้นคว้าสรรพคุณสมุนไพร จนสามารถประกอบยาแก้ลมอัมพาตและยาลมเบื้องสูงได้     

สมณศักดิ์
พ.ศ. ๒๔๘๑ เป็นพระครูฐานานุกรมของพระญาณไตรโลก (ฉาย) วัดพนัญเชิง ที่ พระครูสังฆรักษ์
พ.ศ. ๒๔๘๙ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะอำเภอชั้นตรี  ที่พระครูอุทัยคณารักษ์
พ.ศ. ๒๔๙๒ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นเจ้าคณะอำเภอ ชั้นโท
พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นเจ้าคณะอำเภอ ชั้นเอก
พ.ศ. ๒๕๐๘ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นเจ้าคณะอำเภอ ชั้นพิเศษ
พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ที่ พระโบราณคณิสสร 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาในชีวิตของท่าน ไม่ปรากฎว่าท่านอาพาธจนถึงล้มหมอนนอนเสื่อ หรือต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในที่แห่งใด มีบ้างแต่เพียงอาการไม่สบายเพียงเล็กน้อย อาจเป็นเพราะท่าน มีความรู้เรื่องสมุนไพร หรือเพราะกุศลเก่าของท่านก็ได้ พออายทุ่านได้ ๙๐ ปีผ่านไป เริ่มมีอาการฉันน้อยลงโดยลำดับ อาการอ่อนเพลียปรากฎให้เห็นได้ชัด สติสมัปชัญญะดีตลอดเวลา สัญญา ความจำดี เรื่องเก่าแม้นานก็จำได้ไม่คลาดเคลื่อน คำว่า ‘หลง’ ตามที่ชาวบ้านรู้กัน ไม่มีในชีวิตของท่าน แต่ลืมมีบ้างเป็นครั้งคราว การสนทนาปราศรัยกับศิษยานุศิษย์และญาติมิตรที่มากราบคารวะน้อยลง จนกระทั่งถามคำพูดคำ แต่อาการยิ้มแย้มแจ่มใสยังมีอยู่เสมอ เมื่อศิษย์หรือญาติมิตรลากลับ ท่านจะให้ศีลให้พรทุกคน 

พออายุย่าง ๙๓ ปี ไม่ไปในที่อื่น อยู่แต่ภายในวัด ต่อมาอยู่แต่บนกุฏิและบริเวณนอกชาน ต่อมาอยู่แต่ภายในกุฏิและไปทำกิจในห้องน้ำเท่านั้น อาหารหรือยาบำรุงตามสมัยนิยมไม่ปรารถนา ฉันแต่ข้าวต้ม ข้าวสวย ผลไม้เท่านั้น หยุดฉัน ๒ วัน ศิษย์ที่อยู่ใกล้ชิดขอร้องให้ฉัน ท่านตอบว่า ‘ฉันมามากแล้ว’ คงนั่ง-นอนบริกรรมอยู่เท่านั้น 

ครั้นถึงวันเสาร์ที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๕ ตรงกับวันขึ้น ๑๐ ค่ า เดือน ๕ เวลา ๑๕.๑๕ น. ท่าน มรณภาพอย่างสงบ สิริอายุได้ ๙๓ ปี ๗๒ พรรษา  

ใส่ความเห็น